บราซิล ผู้นำพลังงาน'ไบโอ'
จีเอ็มสานฝันผลิตรถยุคน้ำมันแพง
เมื่อ 3 ทศวรรษก่อน "บราซิล" เสาะแสวงหาพลังงานทดแทน เพื่อรับมือกับวิกฤติการณ์น้ำมันในปี 1970 เพื่อทดแทนการนำเข้าพลังงานที่มีราคาแพง และด้วยแรงผลักดันด้านของรัฐบาลด้านภาษีและแรงจูงใจอื่น ๆทำให้ทุกวันนี้รถยนต์พลังงานททางเลือกใหม่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในบราซิล ขณะที่ค่ายรถยนต์ยักษ์ใหญ่อย่างจีเอ็มก็ได้เดินหน้าผลิตรถที่ใช้พลังงานทดแทนนี้ป้อนตลาด
ประเทศบราซิล เป็นตัวอย่างที่เห็นอย่างเด่นชัด ในการใช้พลังงานทางเลือก อย่างจริงจัง รัฐบาลบราซิลตัดสินใจผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนมาใช้พลังงานแอลกอฮอล์ ภายใต้ชื่อโครงการ "Pro-Alcohol" (สนับสนุนการใช้แอลกอฮอล์ล์) เมื่อปี 1975 ด้วยมาตรการกำหนดให้ รถยนต์ทุกคันในบราซิลต้องแล่นได้ด้วยพลังงานแอลกอฮอล์ กลุ่มผู้ขับรถแท็กซี่ รถตำรวจ และหน่วยงานที่ใช้รถยนต์เป็นจำนวนมาก ๆ (Fleet) ต่างพากันขานรับนโยบายใหม่นี้ ในทันที ด้วยการเปลี่ยนมาใช้พลังงานจาก แอลกอฮอล์เมื่อปี 1976 จีเอ็มเป็นผู้ผลิต รถยนต์ ที่ใช้เชื้อเพลิงจากการนำ แอลกอฮอล์มาใช้เป็นรายแรก ตามโครงการ "Pro-Alcohol" ในประเทศบราซิล
ในทศวรรษ 1980 บริษัทรถยนต์ทุกรายในบราซิล พากันออกรถยนต์รุ่นใหม่ ที่เติมได้ เฉพาะแอลกอฮอล์เท่านั้น หรือที่เรียกว่า ซี 79 (C79) ซึ่งประมาณการว่า ในช่วงตั้งแต่ปี 1982 และปี 1990 กว่า 90% ของรถยนต์ บนท้องถนนบราซิลแล่นไปได้ ด้วยเชื้อเพลิงที่คนอเมริกันเรียกว่า เอธานอล ในเวลานั้น ซี 79 มีราคาเพียงแค่ 60 เปอร์เซนต์ ของน้ำมันปิโตรเลียมในบราซิล ดังนั้นด้วยแรงจูงใจทางด้านภาษี ทางเลือกรุ่นรถยนต์ ที่มีมากมาย รวมทั้งราคาขายปลีกที่ถูก แอลกอฮอล์ จึงกลายเป็นเชื้อเพลิงสำคัญของ บราซิล และเพื่อให้ประชาชนทุกคนได้มีโอกาสเข้าถึงเชื้อเพลิงแอลกอฮอล์ รัฐบาลจึง ออกกฎหมายให้ทุกสถานีบริการน้ำมัน มีแอลกอฮอล์ไว้บริการเพิ่มขึ้นมาด้วย เพื่อให้ บริการได้ทั้ง น้ำมันปิโตรเลียม และ ซี79 กฎหมายดังกล่าวยังคงมี
การพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตเอธานอล ที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่องส่งผลให้ราคาน้ำตาล ปรับตัว สูงขึ้น เครื่องยนต์ ในรถยนต์ทุกคัน ใช้คาร์บิวเรเตอร์เป็นระบบจ่ายเชื้อเพลิง จึงทำให้การเปลี่ยนจากน้ำมัน เบนซิน มาใช้แอลกอฮอล์ทดแทนนั้น ทำได้อย่างง่ายดาย อย่างไรก็ตามในช่วงกลาง ทศวรรษ 1980 มาตรการด้านมลพิษ ที่เข้มงวดของรัฐบาลบราซิล ส่งผลกระทบต่อผู้ผลิต รถยนต์ทุกราย รวมทั้ง จีเอ็ม ดังนั้นจึงจำเป็นต้องเปลี่ยนจากระบบคาร์บิวเรเตอร์ มาใช้ระบบ หัวฉีดควบคุมด้วย คอมพิวเตอร์ที่แม่นยำมากกว่าแทน
การแนะนำระบบฉีดจ่ายเชื้อเพลิงด้วยหัวฉีด (Fuel Injection) ระบบกรองมลพิษ (Catalytic Converters) และ ระบบควบคุมการทำงานเครื่องยนต์ด้วยคอมพิวเตอร์ (ECU) ช่วยให้ ผู้ผลิตรถรายอื่นสามารถแก้ปัญหาการระเหยตัวของ แอลกอฮอล์ รวมทั้งการติดเครื่องยนต์ ยากในสภาพอากาศเย็นได้ ซึ่งบ่งชี้ว่า นั่นมีความเป็นไปได้ที่จะพัฒนาระบบหัวฉีด ที่สามารถ ปรับเปลี่ยนการทำงานได้เอง จากการใช้น้ำมันเบนซิน 100% มาเป็นการใช้แอลกอฮอล์ 100 % ผู้บริโภค สามารถเลือกได้ว่าเชื้อเพลิงประเภทไหนที่มีจำหน่ายเยอะกว่า และมีราคา ถูกกว่า ซึ่งการใช้เชื้อเพลิงที่ต่างออกไปไม่ได้สร้างความแตกต่างใด ๆ กับรถยนต์ที่ใช้ น้ำมันปิโตรเลียมเป็นเชื้อเพลิงเพียงอย่างเดียวเลย
นับจากที่รัฐบาลบราซิลสนับสนุนอย่างเต็มที่ให้ประชาชนใช้พลังงานจากแอลกอฮอล์ ชาวบราซิล ก็ได้ดัดแปลงรถยนต์ของตนด้วยการติดตั้งชุดปรับเปลี่ยนการใช้เชื้อเพลิง เข้าไปในรถยนต์ ของตน จนกระทั่งจีเอ็มบราซิลแนะนำรถยนต์รุ่นแรก ที่ผลิตจากศูนย์การผลิตฯ ที่ใช้ได้ ทั้งระบบเชื้อเพลิงจากแอลกอฮอล์ พร้อมติดตั้งถังน้ำมันสำรอง เมื่อต้องการใช้พลังงาน จากน้ำมันและเพื่อใช้ในการสตาร์ท เครื่องยนต์ โดยที่จีเอ็มบราซิล เรียกระบบการใช้พลังงาน แบบ 2 ชนิดนี้ว่า เฟล็กซ์พาวเวอร์ Flexpower
ในทศวรรษที่ผ่านมา ความก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยีการคำนวนของคอมพิวเตอร์ ทำให้ ผู้ผลิตรถยนต์ สามารถพัฒนาระบบเซ็นเซอร์ประสิทธิภาพสูง ซึ่งจะช่วยแยกแยะ ประเภท ของเชื้อเพลิงที่ถูกส่งไปยังหัวฉีด และจะสั่งการให้ปรับสภาพการทำงานของเครื่องยนต์ ให้เข้ากับประเภทเชื้อเพลิงโดยอัตโนมัติ กุญแจสำคัญที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จ ที่ทีมวิศวกร ของ จีเอ็ม บราซิล ทำอยู่คือพวกเขาไม่ได้ใช้เซ็นเซอร์ตรวจวัดเชื้อเพลิงที่มีราคาแพง เหมือนอย่างที่รถยนต์สองพลังงาน Hybrid ในสหรัฐอเมริกามีอยู่ พวกเขาค้นพบ วิธีการผลิต มันขึ้นมาได้เองในราคาที่ถูกกว่า ด้วยการตรวจจับที่ระบบอ็อกซิเจน เซ็นเซอร์ ในระบบระบายไอเสียทันทีที่เซ็นเซอร์ตรวจจับได้ว่ามีความแตกต่างทางเคมีในไอเสียที่ไหลผ่านอยู่ มันจะสั่งการ ให้เครื่องยนต์ปรับอัตราส่วนผสมเชื้อเพลิงที่เหมาะสมให้ทันที
จีเอ็มบราซิล กำลังนำเทคโนโลยีนี้มาติดตั้งให้กับรถยนต์เชฟโรเลตทุกรุ่นที่ทำตลาดอยู่ใน บราซิล โดยลูกค้าไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มแต่อย่างใด จีเอ็มมองว่า นี่คือเทคโนโลยี และไม่ใช่อุปกรณ์หรือออพชั่นพิเศษ ดังนั้นจึงไม่มีความจำเป็นต้องสร้างความแตกต่าง ทางด้านราคา
ขณะนี้จีเอ็มบราซิล ประกาศจะเริ่มติดตั้งระบบ พลังงานแบบ 3 ชนิด "Tri-Fuel" ให้กับลูกค้า ประเภทรถเช่าซื้อคราวละหลาย ๆ คัน (Fleet) ให้เลือกได้ทั้งระบบ น้ำมันเบนซิน แอลกอฮอล์ และก๊าซธรรมชาติอัด (CNG) โดยการเปลี่ยนระบบทำอย่างง่ายดาย ระบบนี้จะเน้น การทำตลาดกับรถแท็กซี โดยใช้ผลประโยชน์จากการที่บราซิลมีปริมาณก๊าซธรรมชาติ เพียงพอ ทำให้รถแท็กซีจำนวนมาก เริ่มหันมาใช้ก๊าซธรรมชาติอัดกันแล้ว